logo Assumption College Lampang Association
ACLALUMNI.COM
หน้าหลัก ทำเนียบนายกฯ ทำเนียบประธานฯ ACLAlumni.COM

เรื่องเล่าของเล็กตอนที่ 492 "เส้นทาง .. สุภาพบุรุษ"


    วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 ชมรมศิษย์เก่าอัสสัมชัญลำปาง (กรุงเทพ) จัดประเพณี "สายสัมพันธ์ สืบสานงานประเพณี น้องพี่" ACLA ร่วมแสดงมุทิตาจิต รดน้ำดำหัวคณะครูอาวุโส และศิษย์เก่าอาวุโส พร้อมร่วมสังสรรค์ระหว่างพี่น้องชาว ACLA ณ ห้องประชุมเอนกประสงค์ กรมยุทธบริการทหาร ประชาชื่น
    ผมเรียนที่ โรงเรียนอัสสัมชัญลำปางครับ โรงเรียนเดียว ไม่เคยย้ายโรงเรียนเลย ตั้งแต่ อนุบาล - ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ใช้เวลา 14 ปีในรั้วอัสสัมชัญ เราเป็นโรงเรียนคริสต์คาทอลิก ครับ โรงเรียนคริสต์ มักมีบรรยากาศอบอุ่น มีระเบียบวินัย และเน้นการปลูกฝังคุณธรรมด้วย นักเรียนส่วนใหญ่ ก็มักจะอยู่ในกรอบอันดีงาม ที่โรงเรียนได้วางไว้ ส่วนน้อยแหละครับที่จะเป็นเหมือนผม "เด็กเกเร"
    ถามว่า "พวกผมเกเรยังไง" ไม่เชิงกินเหล้าเมา ไม่เรียนหนังสือนะครับ ถามว่า 'เคยกินเหล้าไหม' มันก็ต้องเคยกันบ้าง แต่ไม่ถึงกับกันเหล้าแล้วไปตีกับพวกนอกโรงเรียน หนีเรียนไหม อันนี้บ่อย
    ส่วนใหญ่วีรกรรมพวกนี้ จะเกิดขึ้นในชั้น ม.ปลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในช่วง ม.6 ผมจะไปเอามอเตอร์ไซด์ไปจอดไว้บ้านภารโรง ที่อยู่ข้างประตูโรงเรียน พอคิดจะหนีเรียน ผมก็เรียกลุงภารโรงเปิดประตูให้ แล้วก็ขี่มอเตอร์ไซด์ไปหอพักเพื่อน ไปนั่งเล่นกันบ้าง ไปทำโน่นทำนี่บ้าง
    เหตุการณ์หนึ่งผมจำได้ไม่เคยลืม มีหลายๆ ครั้งที่ผมหนีโรงเรียน ด้วยการเดินออกนอกประตูโรงเรียนไปเฉยๆ โดยที่ยาม และครูเวร คิดว่าขออนุญาตบาร์เดอร์ ออกนอกโรงเรียนไปแล้ว แต่จริงๆ ไม่เคยขอบาร์เดอร์เลยสักรอบ วันนั้นแจ้กพอตแตก บาร์เดอร์ ไปธุระ กลับมาพอดี
    กำลังจะขึ้นรถกลับบ้านอยู่แล้ว บาร์เดอร์บอกให้เราหยุด ถามว่าพวกเธอจะไปไหนกัน ไหนเอาใบขออนุญาต ออกนอกโรงเรียนมาดูสิ ผมตอบบาร์เดอร์ไปว่า "ไม่มีครับ" บาร์เดอร์ถามว่า "หนีโรงเรียนเหรอ" ผมตอบบาร์เดอร์ไป "ครับ"
    บาร์เดอร์ บอกพรุ่งนี้เช้า พบกันหน้าเสาธง คำว่า พบกันหน้าเสาธง ผมว่า มันเป็นเรื่องใหญ่ของนักเรียนในยุคนั้นเลยนะ มีสองอย่างที่จะทำกันหน้าเสาธง อย่างแรกก็สดุดี คุณงามความดี ของนักเรียนที่ทำชื่อเสียงให้โรงเรียนในด้านต่างๆ และอีกด้านก็คือ ทำโทษนักเรียนครับ
    เช้าวันต่อมา ผมพยายามใส่กางเกงหนาๆ เพราะคิดว่าวันนี้ต้องโดนบาร์เดอร์ นาบก้น ด้วยไม้เรียวของท่านแน่ๆ ท่านบอกหน้าเสาธงว่า ให้เธอไปที่ห้องบาร์เดอร์ แล้วไปหยิบไม้เรียวมา ผมเดินไปอย่างช้าๆ โดยมีน้องๆ มองตามให้กำลังใจผมจนผมเดินลับสายตาไปในห้องบาร์เดอร์
    ห้องบาร์เดอร์ อยู่ติดกับกำแพงด้านหนึ่งของโรงเรียน มีกระจกบานเกล็ด ไม้เรียววางบนขอบที่ติดกับกระจก สายตาผมมองเห็นไม้เรียว หัวผมไวกว่าสายตา เอาไงดีวะ เดินไปหักไม้เรียว เปิดบานเกล็ด ทิ้งไม้เรียว ออกไปนอกหน้าต่าง เดินกลับมา แล้วบอกบาร์เดอร์ว่า "ไม่เรียวในห้องไม่มีครับ"
    ผมว่าบาร์เดอร์ก็คงแปลกใจ ว่าไม่เรียวอยู่ดีๆ จะหายไปได้อย่างไร ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่อบรมผมเสียยึดยาวหน้าเสาธง อายน้องๆ นะครับ แต่ก็ดีแล้ว ถ้าโดนตีหน้าเสาธง คงทั้งอายทั้งเจ็บ
    ชีวิตในโรงเรียนของผม ไม่เคยได้รับรางวัลอะไรทั้งนั้น ตลอด 14 ปีในรั้วของโรงเรียน ผมยืนเกาะขอบเวทีมองเพื่อน ด้วยความอิจฉาทุกครั้ง เมื่อเพื่อนได้รับรางวัล คิดในใจนะว่า เมื่อไหร่เราจะมีโอกาสมั้งนะ ผมจบการศึกษาในปี 2535 ซึ่งในปี 2560 ผมได้รับเกียรติสุดยอดในชีวิตเลย คือ ผมได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น ของโรงเรียนในปีนั้น
    ผมกอดบาร์เดอร์ และสารภาพกับบาร์เดอร์ว่า บาร์เดอร์ครับ ผมเคยถูกบาร์เดอร์ตีหน้าเสาธง บาร์เดอร์ให้ผมไปเอาไม้เรียวที่ห้อง ผมหักไม้เรียวของบาร์เดอร์ทิ้ง แล้วเดินกลับมาบอกบาร์เดอร์ว่า "ไม่มีไม้เรียวครับ"
    บาร์เดอร์บอกว่า บาร์เดอร์รู้ตั้งแต่วันนั้นแล้ว ไม้เรียวเป็นสสาร ไม่น่าที่จะหายไปไหนได้ บาร์เดอร์เดินออกไปข้างรั้ว เห็นไม่เรียวถูกหัก บาร์เดอร์ก็พอเข้าใจได้ วันนี่คุณมาสารภาพกับบาร์เดอร์ "คุณได้ผ่านความเป็นอัสสัมชัญแล้ว"
    ผมไม่เข้าใจคำตอบของบาร์เดอร์มากนัก จนผมย้อนถามว่า ผ่านความเป็นอัสสัมชัญ คืออะไร บาร์เดอร์บอกว่า เรื่องบางเรื่อง ปล่อยให้มันเป็นบทเรียนของชีวิตของคุณเองไปเลย การที่คุณกล้ามาขอโทษในตอนโต นับว่าเป็นสิ่งที่มีค่า และกล้าหาญมาก เพราะมันแสดงถึงความเติบโต และการรับผิดชอบในสิ่งที่เราเคยทำผิดไปในอดีต เป็นการแสดงถึงความจริงใจ และเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และมีความหมายมาก
    ความหมายของบาร์เดอร์ลึกซึ้งมาก ผมไม่ใช่เด็กที่เคยเกเร หรือทำผิดอีกแล้ว แต่ตอนนี้ผมมีความรับผิดชอบ และสามารถแก้ไขในสิ่งที่เคยทำผิดไปได้แล้ว บาร์เดอร์พูดกับผมในตอนท้าย เป็นคำพูดที่ผมขนลุกทุกครั้ง ที่นึกถึงมัน "คุณ คือ สุภาพบุรุษ อัสสัมชัญ"
    คำว่า สุภาพบุรุษ อัสสัมชัญ ทำให้ผมมองโลกในมุมที่แตกต่างออกไป การเป็นสุภาพบุรุษไม่ใช่แค่การแสดงออกถึงมารยาทที่ดี แต่คือการรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ทั้งต่อตัวเอง และผู้อื่น และที่สำคัญคือการยอมรับ และแก้ไขในสิ่งผิด
    วันนี้ผมย้อนกลับไป ผมรู้สึกขอบคุณโรงเรียนอัสสัมชัญลำปางที่สอนให้ผมมีค่านิยมที่ดี มันไม่ใช่แค่การเรียนรู้ในห้องเรียน แต่ยังเป็นการฝึกฝนให้ผมรู้จักการเป็นสุภาพบุรุษในชีวิตจริง นั่นคือ การมีความเคารพตัวเอง และผู้อื่น การตัดสินใจที่ถูกต้องในทุกสถานการณ์ และการรักษาความซื่อสัตย์ในทุกการกระทำ
    พบกันวันเสาร์นี้นะครับ ใครไม่เคยสารภาพบาปกับครู กับบาร์เดอร์ ลองดูนะครับ คำว่า "สุภาพบุรุษอัสสัมชัญ" ใครๆ ก็เป็นได้ อิอิ
ส่งข้อมูลออกเป็น ส่งออก: image ส่งออก: pdf
Aclalumni.com